
สทน.หนุนนโยบาย อว. แก้ปัญหา PM2.5 โดยใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่น
พร้อมพัฒนาเครื่องดักจับฝุ่นระบบไฟฟ้าสถิตและพลาสมาแบบเคลื่อนที่
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ขณะที่ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) – สทน. ได้มอบหมายให้ทีมนักวิจัยเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ทีมนักวิจัยของ สทน. จึงได้พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมเครื่องดักจับฝุ่น PM2.5 และ PM10 ระบบไฟฟ้าสถิตและพลาสมาแบบเคลื่อนที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศโดยเป็นเทคโนโลยีที่ผสานระบบไฟฟ้าสถิต(Electrostatic) ร่วมกับพลาสมาที่ความดันบรรยากาศ (Atmospheric Plasma) ซึ่งช่วยทำให้อนุภาคฝุ่นเกิดการประจุไฟฟ้าและถูกดักจับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลงานวิจัยดังกล่าวนำโดย ดร.วิลาสินี กิ่งก้ำ นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชำนาญการ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สทน. โดยเครื่องต้นแบบสามารถดักจับฝุ่น PM2.5 และ PM10 ได้มากกว่า 95% และมีจุดเด่น คือไม่ใช้แผ่นกรองอากาศ (Filterless System) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา สามารถล้างทำความสะอาดแผ่นดักจับและนำกลับมาใช้งานใหม่ได้
วิธีการทำงาน คือเมื่อฝุ่นถูกดูดเข้ามาในเครื่อง ระบบไฟฟ้าภายในเครื่องจะชาร์จเพื่อให้ฝุ่นควันเกิดเป็นประจุลบ ฝุ่นควันจะถูกดูดไปติดบนผนังท่อทองแดงที่เป็นประจุลบภายในเครื่องซึ่งทำหน้าที่เป็นขั้วรับประจุ เมื่อทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง จะเกิดปรากฏการณ์ Corona Discharge ทำมีการปล่อยประจุไฟฟ้าออกมา จะส่งผลให้ออกซิเจนที่อยู่รอบๆบริเวณแตกตัวและรวมตัวเป็นโอโซน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค หลักการคือ ดูดฝุ่นควันเข้ามาและดักจับด้วยระบบไฟฟ้าสถิต จากนั้นอากาศที่ผ่านการกรองจะถูกฆ่าเชื้อโรคและบำบัดกลิ่นด้วยโอโซนก่อนปล่อยออกมาเป็นอากาศบริสุทธิ์ สำหรับฝุ่นควันที่ถูกดักจับไว้ในเครื่องสามารถถอดอุปกรณ์และนำออกมาล้างได้ เมื่อตากให้แห้งก็สามารถนำกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม
เครื่องต้นแบบถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการใช้งานในหลายพื้นที่ เช่น บ้านพักอาศัย สำนักงาน โรงงานขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่ต้องการอากาศสะอาด โดยมีอายุการใช้งานของระบบต้นแบบประมาณ 3–4 ปี อีกทั้งยังเป็นระบบที่สามารถถอดล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาเมื่อเทียบกับระบบกรองอากาศทั่วไป
ในระยะต่อไป สทน. มีแผนพัฒนาต่อยอดต้นแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่นและขยายขนาดระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและพื้นที่สาธารณะซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและยกระดับคุณภาพอากาศของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มา : สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.)
https://www.facebook.com/thai.nuclear
เผยแพร่โดย : นางสาวสุวดี เหมือนอ้น
กลุ่มสื่อสารองค์กร (สอ.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3880
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : @MHESIThailand
Instagram : mhesi_thailand
Tiktok : mhesi_thailand
Twitter : @MHESIThailand
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.