เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริหารสถาบันอุดมศึกษา จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศ “แนวปฏิบัติเพื่อให้การจัดการอุดมศึกษาเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล” ครอบคลุม 10 ด้านสำคัญ มุ่งเน้นการบริหารที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และเป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยระดมความเห็นจากอธิการบดี คณาจารย์ และบุคลากรทั่วประเทศ เพื่อกลั่นกรองกฎหมายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี นางวัฒนาโสภี สุขสอาด ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายจิตรนรา นวรัตน์ ประธานอนุกรรมการด้านกฎหมาย กกอ. ดร.สุภัทร บุญส่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนิติการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองกฎหมาย และ นายกิตติกร ภู่กำชัย ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนากฎหมาย สป.อว. เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ
นางวัฒนาโสภี กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญสูงสุดกับการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้เป็นกลไกหลักในการบริหารงานภายในสถาบันอุดมศึกษา การปรับปรุงแนวปฏิบัติในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการกำกับดูแลกับการให้อิสระในการบริหารจัดการ โดยได้จำแนกชัดเจนว่าเรื่องใดเป็นสิ่งที่ “ต้องปฏิบัติ” และเรื่องใดเป็น “คำแนะนำ” เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและยืดหยุ่น โดยยังคงยึดหลักการตามมาตรา 9(5) และมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ที่เน้นหลักประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ หลักนิติธรรม ความเสมอภาค การมีส่วนร่วม การจายอำนาจ และหลักคุณธรรมจริยธรรมมาเป็นกรอบในการปรับปรุง
นางวัฒนาโสภี กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศกระทรวงฉบับนี้ ครอบคลุมการบริหารจัดการ 10 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการสถาบันอุดมศึกษา ด้านยุทธศาสตร์ ด้านการบริหารการเงิน ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารทั่วไป ด้านการบริหารการประชุม ด้านการประเมินผลการปฏิบัติงาน การจัดการเรื่องร้องทุกข์และเรื่องร้องเรียน การดำรงตำแหน่งของนายกสภาฯ กรรมการสภาฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิการบดี รวมทั้งแนวทางการกำกับให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
ด้าน นายกิตติกร กล่าวเพิ่มเติมถึงที่มาของร่างประกาศฯ ว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อปรับปรุงแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลฯ ขึ้นเพื่อยกร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยผ่านการพิจารณาเห็นชอบจาก กกอ. เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ให้นำมาสู่ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดและในกำกับของ รมว.อว. 2. มหาวิทยาลัยราชภัฏ 3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ 4. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
“กระทรวง อว. ตระหนักดีว่า การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนคือหัวใจสำคัญของการออกกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างประกาศฯ ให้มีความครบถ้วน รอบด้าน และเหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ระบบอุดมศึกษาไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม” นายกิตติกร กล่าว
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.