
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรคณาจารย์นิเทศสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) สำหรับผู้ที่ไม่เคยอบรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566) รุ่นที่ 5 พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ” โดยมีผู้บริหารสมาคมสหกิจศึกษาไทย คณาจารย์ ผู้แทนสถานประกอบการ และผู้สนใจเข้าร่วมการอบรม ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี

ดร.วันนี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ส่งผลให้บางอาชีพหายไป ขณะที่บางอาชีพเกิดขึ้นใหม่ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2568–2572) ประเทศไทยจะมีความต้องการกำลังคนใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ ด้านการบินและโลจิสติกส์ ด้านอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ ด้านดิจิทัล ด้านยานยนต์สมัยใหม่ และด้านการแพทย์ครบวงจร โดยการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยภาครัฐต้องมีบทบาทในการคาดการณ์และสื่อสารข้อมูลความต้องการกำลังคนของประเทศอย่างชัดเจน สนับสนุนกลไกการร่วมลงทุน (Co-funding) ในโครงการริเริ่มเพื่อพัฒนาไปสู่โมเดลต้นแบบและการขยายผล รวมถึงจัดทำมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากำลังคน อาทิ มาตรการทางภาษี (Tax Incentive) การสนับสนุนแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างอุปสงค์และอุปทานแรงงาน ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบให้เอื้อต่อการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา จำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ พัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน รวมถึงปรับกระบวนการบริหารจัดการภายในให้เอื้อต่อการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาด้วยกัน ขณะที่สถานประกอบการต้องร่วมให้ข้อมูลความต้องการกำลังคน ร่วมออกแบบและจัดการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมการทำงานจริง และสนับสนุนทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณ เครื่องมือ และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

ดร.วันนี กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. ได้ขับเคลื่อนแผนด้านอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2566–2570 ภายใต้วิสัยทัศน์ “อุดมศึกษาสร้างคน สร้างปัญญา ปลูกฝังคุณธรรม เพื่อพัฒนาสังคมไทยที่ยั่งยืน” ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ (1) การพัฒนาศักยภาพคน (Capacity Building) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและยกระดับทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิต (2) การส่งเสริมระบบนิเวศการวิจัยอุดมศึกษา (Research Ecosystem Building) เพื่อสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และ (3) การปรับระบบอุดมศึกษา (Higher Education Transformation) ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ การดำเนินงานดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านรูปแบบ CWIE หรือสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาเชิงประสบการณ์บนฐานสมรรถนะ โดยสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับการทำงานจริง
“CWIE เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง มีสมรรถนะและความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังสำเร็จการศึกษา ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนการพัฒนากำลังคนของประเทศอย่างยั่งยืน” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. กล่าว
นอกจากนี้ การอบรมหลักสูตรคณาจารย์นิเทศ CWIE รุ่นที่ 5 ยังประกอบด้วยการบรรยายในหัวข้อ “CWIE Platform มาตรฐานการจัดหลักสูตรและแนวทางการพัฒนาหลักสูตร CWIE” การเสวนาเรื่อง “การขับเคลื่อนนโยบายสู่การจัดหลักสูตร CWIE ในสถาบันอุดมศึกษา” รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอปเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ร่วมกันอย่างเข้มข้น
ทำข่าว : นางสาวพรชิตา รุกขชาติ
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3782
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.