กระทรวง อว.

search

navmobiletoggle
  • About us
    • History
    • Vision and Mission
    • Policy / Strategy
    • Official emblems and Ministry logos
    • Mission Structure
    • Government Division
    • Executive
    • Government Weblink
    • Legal
    • CIO
  • Flagship Project
  • Scholarships
    • ทุนกระทรวงทั้งหมด
    • ทุนพัฒนาอาจารย์
    • ทุนสำหรับนิสิต/นักศึกษา
    • ทุนวิจัย
  • Service
    • บริการทั้งหมด
    • สถาบันอุดมศึกษา
    • นิสิต/นักศึกษา
    • อาจารย์
    • นักวิทยาศาสตร์/นักวิจัย
    • ผู้ประกอบการ
    • ภาครัฐ
  • News
    • ประมวลภาพกิจกรรม "น้อมรำลึก ในหลวง ร.9"
    • ภาพข่าวและกิจกรรม
      • ข่าวรัฐมนตรี
      • ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
      • ข่าวสารหน่วยงาน
    • ข่าวสารและประกาศ
      • ข่าวประกาศ
      • ประกาศงานบุคลากร
      • ข่าวประชุม อบรม สัมนา
      • ข่าวสารน่าสนใจ [พรบ.ข่าวสาร]
  • Data Repository
    • เอกสารเผยแพร่กระทรวง
    • เอกสารเผยแพร่จากภายนอก
    • e-Book เพราะเธอเป็นลมหายใจ
    • e-Book S&T Series
    • Infographic
    • วีดิทัศน์
    • Mobile Application
  • Service Center
--
+
A
  • TH
  • EN
กระทรวง อว.กระทรวง อว.
  • About us
    • History
    • Vision and Mission
    • Policy / Strategy
    • Official emblems and Ministry logos
    • Mission Structure
    • Government Division
    • Executive
    • Government Weblink
    • Legal
    • CIO
  • Flagship Project
  • Scholarships
    • ทุนกระทรวงทั้งหมด
    • ทุนพัฒนาอาจารย์
    • ทุนสำหรับนิสิต/นักศึกษา
    • ทุนวิจัย
  • Service
    • บริการทั้งหมด
    • สถาบันอุดมศึกษา
    • นิสิต/นักศึกษา
    • อาจารย์
    • นักวิทยาศาสตร์/นักวิจัย
    • ผู้ประกอบการ
    • ภาครัฐ
  • News
    • ประมวลภาพกิจกรรม "น้อมรำลึก ในหลวง ร.9"
    • ภาพข่าวและกิจกรรม
      • ข่าวรัฐมนตรี
      • ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
      • ข่าวสารหน่วยงาน
    • ข่าวสารและประกาศ
      • ข่าวประกาศ
      • ประกาศงานบุคลากร
      • ข่าวประชุม อบรม สัมนา
      • ข่าวสารน่าสนใจ [พรบ.ข่าวสาร]
  • Data Repository
    • เอกสารเผยแพร่กระทรวง
    • เอกสารเผยแพร่จากภายนอก
    • e-Book เพราะเธอเป็นลมหายใจ
    • e-Book S&T Series
    • Infographic
    • วีดิทัศน์
    • Mobile Application
  • Service Center

extenmenu

เมนู
  • กฐินพระราชทาน
  • Thai University Consortium
  • ห้องสมุด อว.
  • Search
  • คำถามที่พบบ่อย
  • แบบฟอร์มร้องเรียน
  • Contact
  • Sitemap
  • สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
  • เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ
Rectangle 150
  • Home
  • ภาพข่าวและกิจกรรม

ต้นกุมภา ถึงเวลาเปิดฤดูกาลล่า “ทางช้างเผือก” ยามเช้า

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
13 Feb 2020

1

ภาพทางช้างเผือก เวลาประมาณ 05.30 น. ทางทิศตะวันออกในเดือนกุมภาพันธ์ ตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ไม่สูง จากขอบฟ้ามากพร้อมกับแสงสนธยาในช่วงรุ่งเช้าเนื่องจากเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์เริ่มจะโผล่พ้นขอบฟ้า (ภาพ : ศุภฤกษ์ คฤหานนท์)

          สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดฤดูกาลล่า “ทางช้างเผือก” เผยช่วงเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน จะเห็นใจกลางทางช้างเผือกเด่นชัด ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู สังเกตได้ทุกภูมิภาคของประเทศ บริเวณที่มืดสนิทไร้แสงเมืองรบกวน

          นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นถ่ายภาพ “ทางช้างเผือก” ตั้งแต่เวลาประมาณตี 5 เป็นต้นไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือตั้งแต่วันที่ 1 จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ (หลังจากนั้นจะมีแสงดวงจันทร์สว่างรบกวน) ตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ขนานกับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หมายความว่าจะมีเวลาให้เราเก็บภาพทางช้างเผือกประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ถือเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลออกล่าทางช้างเผือกยามเช้า และนอกจากใจกลางทางช้างเผือกที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังมีดาวเคราะห์ให้ชมอีก 3 ดวง ได้แก่ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ที่ปรากฏใกล้กับแนวทางช้างเผือกอีกด้วย

2

ภาพจำลองตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกที่ปรากฏระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู มีดาวเคราะห์ 3 ดวง ได้แก่ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ปรากฏใกล้กับแนวทางช้างเผือก

          เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปในช่วงรุ่งเช้า แนวใจกลางทางช้างเผือกจะเริ่มปรากฏบริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ขนานกับเส้นขอบฟ้า ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู สังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. จนถึงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น  เวลาดังกล่าวยังมีดาวเสาร์ และดาวพฤหัสบดีปรากฏบริเวณด้านซ้าย และดาวอังคารอยู่บริเวณเหนือใจกลางทางช้างเผือกอีกด้วย  และตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป เราจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ  แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน แนวใจกลางทางช้างเผือกจะค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า ช่วงนี้จะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป สามารถชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น   

          ทางช้างเผือกเป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากโลก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้  ใจกลางทางช้างเผือก (Galactic Center) คือส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือก ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย อาทิ ดาวฤกษ์ กระจุกดาว เนบิวลา เป็นต้น แนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู ปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เฉียงไปทางใต้ และเนื่องจากใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวทางซีกฟ้าใต้ ทางตอนใต้ของไทยจึงมองเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่าภูมิภาคอื่น ชาวใต้จึงมีโอกาสสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนมาก

          ช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุดคือ ปลายเมษายน-ต้นตุลาคม จะสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกบริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนูได้ง่าย ทางช้างเผือกบริเวณนี้จะสว่างและสวยงามกว่าบริเวณอื่นๆ และอยู่ในตำแหน่งกลางท้องฟ้าเกือบตลอดทั้งคืน หากแต่ในประเทศไทยเป็นช่วงฤดูฝน จึงมักมีอุปสรรคเรื่องเมฆและฝนตก แต่หากท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆฝนก็จะถือเป็นโอกาสดีที่สุดของการถ่ายภาพทางช้างเผือกในรอบปี หลังจากนั้นในช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อุปสรรคเรื่องเมฆฝนจะเริ่มน้อยลง จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

3

ตารางสังเกตการณ์ “ใจกลางทางช้างเผือก” ปี 2563

          นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เกือบตลอดทั้งปี แต่ปัจจัยสำคัญคือสภาพท้องฟ้า หากท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดี ไม่มีแสงรบกวนทั้งแสงจากดวงจันทร์ แสงไฟจากเมือง ก็จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจน แต่คนในเมืองส่วนใหญ่มักไม่มีโอกาสได้ชมทางช้างเผือก เนื่องจากตัวเมืองมีแสงไฟ ฝุ่นละอองและควัน เป็นจำนวนมาก ทัศนวิสัยของฟ้าในเขตเมืองจึงไม่เอื้อต่อการสังเกตเห็นทางช้างเผือก หากต้องการสัมผัสทางช้างเผือกอาจจะต้องเดินทางต้องไปยังสถานที่ที่ห่างจากตัวเมืองอย่างน้อยประมาณ 30 กิโลเมตร เพื่อหลีกหนีจากมลภาวะทางแสงและฝุ่นละอองต่างๆ

          สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพทางช้างเผือก ควรหาสถานที่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้เล็กน้อย เป็นพื้นที่มืดสนิทไม่มีแสงรบกวน ตั้งกล้องโดยหันหน้ากล้องไปที่ใจกลางทางช้างเผือก ช่วงเวลาตั้งแต่ 05.00 น. จนถึงรุ่งเช้า บริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนู เลือกใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อให้ได้องศาการรับภาพที่กว้าง ปรับระยะโฟกัสของเลนส์ที่ระยะอนันต์ ใช้รูรับแสง ที่กว้างที่สุด พร้อมตั้งค่าความไวแสงตั้งแต่ 1600 ขึ้นไป  ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพทางช้างเผือกให้ได้ภาพที่สวยงาม น่าประทับใจอีกมากมาย สามารถติดตามได้ที่ www.narit.or.th ในคอลัมน์ “บทความถ่ายภาพดาราศาสตร์” นายศุภฤกษ์ กล่าวปิดท้าย

4

ทางช้างเผือกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

5

ทางช้างเผือกในช่วงต้นเดือนเมษายน

6

ทางช้างเผือกเหนือหอดูดาวแห่งชาติในช่วงเดือนกันยายน

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรนภา สวัสดี
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
Facebook : @MHESIThailand
Call Center โทร.1313
อพวช. ร่วมกับ มจธ. จัดนิทรรศการ “นิโคลา เทสลา ยอดนักประดิษฐ์ ผู้คิดเปลี่ยนโลก” ขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ในระดับอุดมศึกษา “สอวช. รวมพลัง ส่งต่อความรัก มอบจักรยานให้เด็กนักเรียนขาดแคลนโรงเรียนบ้านคอวัง จ.นครปฐม”
  • รุดหน้า..!!! พัฒนาเทคโนโลยีอวก ...
    ภาพข่าวและกิจกรรม
    รุดหน้า..!!! พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไทยกับความร่วมมือระดับนานาชาติสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก
    14 Feb 2020
    อว. จัดประชุมคณะกรรมการผู้ช่วย ...
    ข่าวรัฐมนตรี เอนก
    อว. จัดประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ครั้งที่ 4/2565 อัพเดต​ผลงานที่ผ่านมา 3 ปี ด้าน “ดร.ดนุช” ลั่...
    21 Apr 2022
    อว. ลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด ...
    ภาพข่าวและกิจกรรม
    อว. ลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความแม่โขง-ล้านช้าง
    06 Dec 2019
    ดูทั้งหมด >

เรื่องล่าสุด

รองปลัด อว. เปิดเวทีประชุมวิชา ...
ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
รองปลัด อว. เปิดเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 10 เน้นสร้างคน-นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ...
25 Apr 2026
ไทย–ญี่ปุ่น เดินหน้า TAIST–Sci ...
ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
ไทย–ญี่ปุ่น เดินหน้า TAIST–Science Tokyo ระยะที่ 5 “พันธุ์เพิ่มศักดิ์” รองปลัด อว. ชี้เป็นกลไกสำคัญป...
24 Apr 2026
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ เปิดงา ...
ข่าวสารหน่วยงาน
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ เปิดงาน NAC2026 สวทช. ชูธง ‘เศรษฐกิจยั่งยืน’ พลิกโฉมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
24 Apr 2026

กระทรวงการ อว.


map แผนที่และการเดินทาง

faqคำถามที่พบบ่อย

faqเสนอแนะ/ร้องเรียน

faqแผนผังเว็บไซต์

กระทรวง อว.

แอปพลิเคชั่นทั้งหมดของกระทรวง

ios app andriod app 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.

WCAG 2.0 (Level AAA)

ติดตามเราได้ที่   facebook twitter youtube This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.