ประธาน NIT ญี่ปุ่น ชื่นชมนักเรียนทุน "ไทยโคเซ็น" เทียบชั้น “ทรัพยากรมนุษย์ร่วมสร้างสังคมโลก” (Human Treasure) มุ่งสนับสนุนการผลิตวิศวกรไทยโคเซ็นอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาประเทศไทยและภูมิภาค

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รอง ปอว.) พร้อมด้วยนางวัฒนาโสภี สุขสอาด ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการสถาบันไทยโคเซ็น รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การต้อนรับ Dr. TANIGUCHI Isao ประธานสถาบันโคเซ็นแห่งประเทศญี่ปุ่น (President, National Institute of Technology - NIT) และคณะผู้บริหาร NIT ในโอกาสเข้าหารือถึงความสำเร็จของการผลิตนักเรียนทุนไทยโคเซ็น พร้อมร่วมมือขยายผลโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น ระยะที่ 2 เพื่อมุ่งเน้นการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานความรู้อย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รอง ปอว. ได้ขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นและ NIT ที่ให้การสนับสนุนโครงการไทยโคเซ็น ของสถาบันโคเซ็น สจล. (KOSEN-KMITL) และสถาบันโคเซ็น มจธ.( KOSEN KMUTT) มาอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความสำเร็จของนักเรียนทุนรุ่นที่ 1 และ 2 โดยผู้สำเร็จการศึกษาได้รับข้อเสนอเข้าทำงาน (Job Offer) จากบริษัทชั้นนำทั้งไทยและญี่ปุ่นในอัตราที่สูงมาก เป็นความสำเร็จเชิงประจักษ์ว่า ภาคอุตสาหกรรมเชื่อมั่นในคุณภาพของการศึกษารูปแบบโคเซ็น ที่ผลิตบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะวิชาการ วิชาชีพและภาษาญี่ปุ่นที่โดดเด่น

รอง ปอว. ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของนักเรียนทุน KOSEN-KMITL ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน Hairo Souzou ROBOCON 2025 ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดฟุกุชิมะ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งนักเรียนทุน KOSEN-KMITL เป็นทีมเดียวที่สามารถปฏิบัติภารกิจสำเร็จครบทุกขั้นตอนจากสถาบันโคเซ็นของประเทศญี่ปุ่นที่เข้าแข่งขันทั้งหมด 18 ทีม นอกจากนี้ ยังขอบคุณ NIT ที่สนับสนุนให้นักเรียนทุนไทยโคเซ็นได้ไปทำวิจัยร่วม (Joint Research) หลักสูตร Advanced Course ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 1 ปีการศึกษา รวมถึงการสนับสนุนจาก OKINAWA KOSEN ที่ช่วยอบรมเข้มทักษะภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักเรียนทุนมีต้องการสมัครแลกเปลี่ยนเข้าศึกษาต่อชั้นปีที่ 3-5 ณ สถาบันโคเซ็นประเทศญี่ปุ่น สำหรับแนวทางการดำเนินงานในอนาคต กระทรวง อว. มีแผนงานสำคัญ คือ การจัดตั้ง KOSEN Education Center เพื่อเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลการศึกษารูปแบบโคเซ็นไปยังสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ เพื่อพัฒนาหลักสูตร New S-Curve ผลิตกำลังคนให้ตรงตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและภูมิภาคสร้างวิศวกรสายพันธุ์ใหม่ มุ่งเน้นการผลิตวิศวกรนักปฏิบัติที่เป็น "Social Doctor" หรือผู้ที่นำความรู้ทางเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม

Dr. TANIGUCHI Isao ประธาน NIT แสดงความยินดีที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานขยายผลโครงการไทยโคเซ็นอย่างต่อเนื่องผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ ไจกา (Japan International Cooperation Agency: JICA) โดยประธาน NIT ได้แสดงความยินดี และชื่นชมความสำเร็จของนักเรียนทุนไทยโคเซ็น ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และกระบวนการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางการศึกษาโคเซ็นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพสากล (KOSEN International Standard: KIS) ประธาน NIT พร้อมสนับสนุนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันไทยโคเซ็นให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและประสบความสำเร็จในระดับโลก โดยประธาน NIT ขอให้ กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ระบบการศึกษาโคเซ็น (KOSEN Education) เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในประเทศไทยในวงกว้าง เนื่องจากการศึกษาระบบ KOSEN ไม่เพียงแต่ผลิตทรัพยากรมนุษย์ (Human resources) แต่เป็นการผลิตมนุษย์ที่เป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าต่อสังคม (Human Treasure) ผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรโคเซ็นไม่เพียงแต่มีศักยภาพด้านวิชาการและวิศวกรรมศาสตร์อันโดดเด่น แต่ยังมีความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคมให้พัฒนายิ่งขึ้นไป แม้สถาบันไทยโคเซ็นจะเป็นสถาบันโคเซ็นที่ก่อตั้งนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นลำดับที่ 52 แต่ด้วยผลงานที่โดดเด่นภายใต้มาตรฐานครบถ้วน สถาบันไทยโคเซ็นสามารถเป็นสถาบันโคเซ็นอันดับต้นๆ ในไม่ช้า

ด้านนางวัฒนาโสภี สุขสอาด ผู้อำนวยการโครงการสถาบันไทยโคเซ็น รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น กระทรวง อว. กำลังเร่งดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ในการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม หรือ Industrial Linkage และกำหนดให้มีการจัดงาน IL Forum 2026 ขึ้น เพื่อเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ KOSEN Education ในประเทศไทย และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการทำงานของนักเรียนทุนไทยโคเซ็น ทั้งนี้ กระทรวง อว. พร้อมที่จะร่วมมือกับ NIT อย่างใกล้ชิดในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทาง KOSEN Education รวมทั้งการเตรียมการจัดตั้ง KOSEN Education Center (KEC) ที่จะเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรม การถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและในภูมิภาค รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ของการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็นที่จะขยายผลในระยะต่อไปไปยังสถาบันอุดมศึกษาที่สนใจนำการศึกษาตามรูปแบบ KOSEN Education ไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้ระบบการศึกษาในรูปแบบโคเซ็นเป็นเสาหลักในการผลิตกำลังคนคุณภาพ เพื่อผลิตวิศวกรและสร้างนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อเศรษฐกิจและสังคมของทั้งไทย ญี่ปุ่นและภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป

รอง ปอว. กล่าวขอบคุณประธาน NIT ที่ได้เดินทางมาหารือกับกระทรวง อว. โดยได้เน้นย้ำว่า กระทรวง อว. มุ่งมั่นที่จะสานต่อและขยายผลโครงการไทยโคเซ็นในระยะต่อไป และแจ้งให้ทราบว่า ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ KOSEN Education ที่ประธาน NIT ได้ให้ความสำคัญนั้น กระทรวง อว. มีกำหนดจัดงาน ONE STOP OPEN HOUSE 2026 ระหว่างวันที่ 6–8 มีนาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเปิดมุมมองนโยบายและทิศทางการอุดมศึกษาของประเทศ สถาบันไทยโคเซ็นจะเข้าร่วมจัดแสดงผลงาน ความสามารถของนักเรียนไทยโคเซ็น เพื่อเป็นการสร้างการตระหนักรับรู้เกี่ยวกับ KOSEN Education ให้แก่นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาและผู้ปกครองได้รับรู้ระบบการศึกษาโคเซ็นและตัดสินใจสมัครเข้าศึกษาต่อ รวมทั้งได้มีการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเข้มข้นต่อไป
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรชิตา รุกขชาติ
ถ่ายภาพ : นายจรัส เล็กเกาะทวด
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3782
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.