
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรคณาจารย์นิเทศ CWIE สำหรับผู้ไม่เคยผ่านการอบรม (ฉบับสมบูรณ์ พ.ศ. 2566) รุ่นที่ 6 พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ” ณ โรงแรม Best Western PLUS ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี

ดร.วันนี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกมิติของสังคมและเศรษฐกิจ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในทุกระดับ กระทรวง อว. ได้กำหนดกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พ.ศ. 2566–2570 โดยมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างสมดุล พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับแนวหน้า ควบคู่กับการยกระดับกำลังคน สถาบันอุดมศึกษา และสถาบันวิจัยให้ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง ก้าวสู่ประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอาหารมูลค่าสูง ส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงเพื่อเป็นศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงของอาเซียน
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง อว. ได้จัดทำประกาศแนวทางการจัดการเรียนการสอนด้านปัญญาประดิษฐ์ในหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาประเมินความพร้อมด้านการใช้ AI เพื่อพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรมกับศูนย์ให้คำปรึกษาด้าน AI ส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกใช้เครื่องมือ AI บรรจุรายวิชาหรือเนื้อหาที่ประยุกต์ใช้ AI ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต หรือไม่น้อยกว่า 2 รายวิชา ตลอดจนพัฒนาสมรรถนะด้าน AI ให้แก่คณาจารย์ บุคลากรสายวิชาการ และสายสนับสนุน พร้อมจัดตั้งหน่วยงานหรือกลไกให้คำปรึกษาการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ

ดร.วันนี กล่าวต่อว่า การพัฒนากำลังคนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยภาครัฐต้องทำหน้าที่คาดการณ์และสื่อสารทิศทางความต้องการกำลังคนของประเทศ จัดทำมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม สร้างความเชื่อมโยงระหว่างอุปสงค์และอุปทานแรงงาน พร้อมปรับปรุงกฎหมายและระเบียบให้เอื้อต่อการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ ขณะที่ภาคเอกชนควรให้ข้อมูลความต้องการกำลังคน ร่วมออกแบบและจัดการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสถานการณ์จริง ด้านสถาบันอุดมศึกษาต้องปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ พัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และปรับกระบวนการภายในให้เอื้อต่อความร่วมมือกับสถานประกอบการและเครือข่ายการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
“การศึกษาของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบผลิตบัณฑิต สู่ระบบพัฒนาคนทุกช่วงวัย เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน” ดร.วันนี กล่าว
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรชิตา รุกขชาติ
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3782
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.