
5 มีนาคม 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามภารกิจของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.) โดยมี นายสำเริง ด้วงนิล รองผู้อำนวยการสนับสนุนทางเทคนิค คณะผู้บริหาร และบุคลากรของ สซ. ให้การต้อนรับ ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จังหวัดนครราชสีมา


ในการนี้ ดร.ศรายุทธ ตั้นมี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร ได้รายงานข้อมูลพื้นฐานขององค์กร แผนและผลการดำเนินงาน โดย สซ. เป็นองค์การมหาชนที่กำกับดูแลด้านเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนเพื่อสนับสนุนประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน มียุทธศาสตร์ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านซินโครตรอนเพื่อให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) การมีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องที่ 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับสากล 3) พัฒนาบุคลากรและองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม 4) สร้างงานวิจัยที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนร่วมกับเครือข่าย และ 5) นำเทคโนโลยีซินโครตรอนสู่การสร้างคุณค่าต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สซ. ได้ดำเนินโครงการในรูปแบบ Project-based Management จำนวน 41 โครงการ มีผลการดำเนินงานในภาพรวมร้อยละ 98.36 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนพันธกิจหลักทุกด้าน รวมทั้งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน โดยมีมูลค่าผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 1:5 เท่าต่อปี อีกทั้งได้รับรางวัล อาทิ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ระดับ Advance รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมการบริหารระดับดีเด่น เป็นต้น สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สซ. มีแผนดำเนินโครงการทั้งสิ้น 46 โครงการ รวมถึงการดำเนินการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ระดับพลังงาน 3 GeV (SPS-II) ณ นิคมอุตสาหกรรม EECi จังหวัดระยอง


ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว. ได้กล่าวชื่นชมการทำงานและให้กำลังใจบุคลากรในการขับเคลื่อนภารกิจซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการแสงซินโครตรอนและเทคโนโลยีขั้นสูงที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนถ่ายทอดและส่งเสริมการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนเพื่อสนับสนุนด้านวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา โดย หน.ผตร.อว. ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ในด้านต่างๆ ดังนี้ (1) ด้านการวางแผนอัตรากำลังในระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับภารกิจสำหรับหน่วยงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาจวางแผนเตรียมความพร้อมในการพัฒนากำลังคนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การขอรับการจัดสรรทุน หรือการบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรร่วมในลักษณะหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) เพื่อให้นักศึกษาปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน หรือร่วมจัดหลักสูตรในลักษณะหลักสูตร Sandbox ในสาขาที่ขาดแคลน และควรศึกษาแนวทางในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการสำหรับดูแลบุคลากรของหน่วยงานเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรของหน่วยงาน (2) ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยสนับสนุนให้บุคลากรทำงานวิจัยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะงานวิจัยที่เป็นความต้องการของประเทศ (3) ด้านการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์แสงซินโครตรอนของสถาบันให้มากขึ้น โดยควรประสานความร่วมมือเพื่อจัดทำข้อตกลงร่วมกับหน่วยบริหารจัดการทุนเพื่อให้มีการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ได้รับทุนวิจัยระดับประเทศ เข้ามาใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์แสงซินโครตรอนของหน่วยงานเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดจากการลงทุนของภาครัฐ อีกทั้งการออกมาตรการจูงใจและให้สิทธิพิเศษแก่ภาคเอกชน โดยเฉพาะสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นให้เข้ามาใช้บริการหน่วยงานวิจัยของรัฐมากยิ่งขึ้น รวมถึงประสานการทำงานและบูรณาการร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) ในภูมิภาคต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อขยายผลการนำเทคโนโลยีขั้นสูงไปช่วยแก้ปัญหาให้กลุ่มอุตสาหกรรมในพื้นที่ และเตรียมความพร้อมในการนำผลงานนวัตกรรมของสถาบันฯ ขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและสร้างความยั่งยืนแก่องค์กร และ (4) ด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร ควรจัดทำแผนการประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยอาจเชิญกลุ่ม Influencers หรือใช้ประโยชน์จากการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ มาเป็นเครื่องมือในการช่วยสื่อสารภาพลักษณ์ความทันสมัยขององค์กรให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมถึงขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SME) และประชาชนทั่วไปให้มากขึ้น เพื่อลบภาพจำที่น่ากลัวเกี่ยวกับ "รังสี" และทำให้สังคมเห็นว่าสถาบันฯ เข้าถึงง่ายและมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
จากนั้น ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการต่างๆ ของสถาบันฯ อาทิ ห้องปฏิบัติการแสงสยาม ห้องปฏิบัติการจำลองสภาวะอวกาศเพื่อการทดสอบดาวเทียม ห้องปฏิบัติการเชื่อมแล่นประสานโลหะในสภาวะสุญญากาศ ห้องปฏิบัติการงานประกอบ ทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ และห้องปฏิบัติการด้านอาหารและการเกษตร รวมถึงเยี่ยมชมการทำงานของเครื่องต้นแบบการเคลือบฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร สำหรับบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ยั่งยืน การทำงานของห้องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติ และห้อง Control Room เป็นต้น
ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรชิตา รุกขชาติ
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3782
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.