
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ให้การต้อนรับคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินงานด้านการวิจัย ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา นำโดย รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง ประธานอนุกรรมการฯ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กรรมการและอดีตผู้ว่าการ วว. ภายใต้ โครงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการงานวิจัยและการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลไกการขับเคลื่อนงานวิจัยระดับประเทศ ในวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า วว. เป็นหน่วยงานวิจัยระดับชาติที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกทั้งมีรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีงานนวัตกรรมด้านการเกษตรกรกรรมและอาหารปลอดภัย ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินงานวิจัยฯ ในคระกรรมธิการการเกษตรและสหกรณ์วุมิสภา ให้ความสนใจและสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เพื่อประโยชน์ของวุฒิสภาในอนาคต

โอกาสนี้ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. พร้อมด้วย ดร.พงศธร ประภักรางกูร รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม และคณะผู้บริหาร นักวิจัย/บุคลากร ร่วมให้การต้อนรับ
โดย ผู้ว่าการ วว. ได้เป็นประธานกล่าวต้อนรับและแนะนำพันธกิจหลักขององค์กรในการเป็นเสาหลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ในกรอบ 4 พันธกิจ ได้แก่ 1) วิจัยพัฒนาและบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่ามูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจประเทศบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ ตอบสนองการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 2) ถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่ภาคอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน และผลักดันให้เกิดการนําไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 3) บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ รับรองระบบคุณภาพ อบรมและที่ปรึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐานและความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และ 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรสู่องค์กรสมรรถนะสูง ทันสมัย และมีธรรมาภิบาล
“...การมาเยือนของคณะฯ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงมิติของ "องค์ความรู้ทางปัญญา" เข้ากับ "กลไกเชิงนโยบาย" ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ วว. เชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่ วว. ภาคภูมิใจ คือ ผลงานวิจัยของ วว. สามารถขับเคลื่อนจากห้องปฏิบัติการ ให้กลายเป็น นวัตกรรมที่ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง การหารือ ระหว่าง วว. และคณะอนุกรรมการฯ ในวันนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญให้แก่คณะอนุกรรมการฯ ในการกลั่นกรองและส่งเสริมยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยของชาติ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยฐานรากแห่งปัญญาและเทคโนโลยีสืบไป...” ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ กล่าวสรุป






รวมทั้งยังมีการบรรยายสรุปภาพรวมระบบการบริหารจัดการงานวิจัยของ วว. ใน 2 มิติสำคัญ ดังนี้
1) ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ โดย ดร.พงศธร ประภักรางกูร
2) ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย ดร.พัชทรา มณีสินธุ์

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการยกระดับงานวิจัยสู่นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงนโยบาย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และในช่วงบ่าย คณะอนุกรรมการฯ ได้เข้าเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการวิจัยโรงงานผลิตสารชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตรกรรมและอาหารปลอดภัย หรือ ICPIM 2 (มีศักยภาพในการยกระดับผลิตผลทางการเกษตรในการรองรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งสู่ระบบการผลิตพืชปลอดภัย และระบบการผลิตพืชอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ลดการตกค้างของสารเคมีในพืชผลการเกษตร ปลอดภัยทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค ต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรไทย) และโรงงานนำทางสายการผลิตอาหารแห้ง (ให้บริการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ อาทิ ทุเรียน ขนุน กล้วย สับปะรด ฟักทอง มันเทศ กระเจี๊ยบ ฯลฯ ด้วย นวัตกรรมเครื่องทอดสุญญากาศ) พร้อมชมนิทรรศการที่รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากฝีมือนักวิจัย วว. อาทิ






• นวัตกรรมเกษตรและอาหารปลอดภัย ได้แก่ เทคโนโลยีปุ๋ยอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการพัฒนาสารชีวภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน
• นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดเข้มข้นที่มีสรรพคุณช่วยลดไขมัน ความดัน และบรรเทาอาการนอนกรน รวมถึงการเพิ่มมูลค่าสารสกัดจากมะพร้าว
• เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้แก่ การจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แก๊สชีวภาพ และไบโอชาร์ (Biochar) หรือถ่านชีวภาพ
จากการเยี่ยมชมภารกิจของ วว. โดย คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินงานด้านการวิจัยฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงกลไกฝ่ายนิติบัญญัติเข้ากับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป






เผยแพร่ข่าว : นางสาวเยาวลักษณ์ ทับช้างโท
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.